ติดตามหัวข้อของเรื่องนี้
สารบัญ 12 หัวข้อ
ตั้งค่าเสียง
ผู้เขียน วันที่อัปเดต และแหล่งข้อมูล
เรียบเรียงโดย NationNest Editorial Team
เผยแพร่ 29 ตุลาคม 2569 · อัปเดตบทความ 29 ตุลาคม 2569
วันที่อัปเดตคือวันที่แก้ไขบทความ ไม่ใช่การยืนยันว่าราคา เงื่อนไข หรือข้อมูลทุกส่วนยังคงเดิมภาพประกอบสร้างด้วย AI โดยใช้ภาพพีทที่ได้รับอนุญาต ไม่ใช่หลักฐานโครงการลูกค้าหรือเหตุการณ์จริง เอกสารและตัวเลขในฉากไม่ใช้ยืนยันธุรกรรม
บ้านที่ยังผ่อนกับธนาคารไม่ได้แปลว่าขายไม่ได้ แต่เจ้าของต้องจัดการภาระหนี้และการจดทะเบียนให้สอดคล้องกับการชำระราคา ก่อนรับข้อเสนอควรรู้ยอดที่ต้องจ่ายเพื่อปิดหนี้ เงื่อนไขปล่อยเอกสาร และค่าใช้จ่ายที่ตนรับผิดชอบ การวางแผนจากราคาเสนอขายอย่างเดียวอาจทำให้พบเงินส่วนต่างในวันที่ทุกฝ่ายนัดโอนแล้ว
1. ขอให้ธนาคารยืนยันยอดปิดสำหรับวันที่ตั้งใจทำรายการ
ยอดเงินต้นที่เห็นในแอปอาจไม่เท่ากับยอดที่ต้องชำระในวันปิดบัญชี เพราะอาจมีดอกเบี้ยถึงวันที่ทำรายการหรือยอดค้างอื่น ให้แจ้งธนาคารว่าต้องการขายทรัพย์และขอรายการยอดปิด ณ วันที่คาดว่าจะโอน พร้อมวิธีชำระ ชื่อผู้รับเงิน เอกสารที่ต้องใช้ และระยะเวลาประสานงาน หากเปลี่ยนวันโอน ต้องขอยืนยันยอดและความพร้อมของเอกสารใหม่
แยกการปิดหนี้จากการขายออกจากการรีไฟแนนซ์ ธปท. ระบุหลักไม่คิดค่าปรับชำระหนี้ก่อนกำหนดสำหรับสินเชื่อรายย่อย โดยมีข้อยกเว้นกรณีรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านช่วง 3 ปีแรก จึงไม่ควรเหมารวมว่าขายบ้านก่อนครบสามปีต้องมีค่าปรับเสมอ หากพบยอดเรียกเก็บ ให้ขอรายละเอียด ฐานสัญญา และตรวจหลักเกณฑ์ที่ใช้กับสินเชื่อของตนกับธนาคาร
2. ตรวจสิทธิ เจ้าของร่วม และเอกสารให้พร้อมก่อนรับมัดจำ
ตรวจชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ภาระจำนอง และข้อจำกัดอื่นจากเอกสารจริง หากมีเจ้าของหลายคน คู่สมรส ผู้รับมอบอำนาจ หรือกรณีมรดก ต้องให้ผู้เกี่ยวข้องยืนยันเอกสารและอำนาจตามข้อเท็จจริง ไม่ใช้เพียงชื่อผู้ผ่อนในแอปแทนการตรวจว่าใครมีสิทธิขายทรัพย์ ตรวจรายการกับสำนักงานที่ดินท้องที่ล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีมีภาระอื่นร่วมด้วย
สัญญาจะซื้อจะขายควรกำหนดราคา เงินที่รับแล้ว วันโอน ความรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และทางออกกรณีธนาคารหรือเอกสารยังไม่พร้อมให้ชัด ผู้ซื้อควรตรวจทรัพย์และผู้ขายก่อนโอนเงิน การใช้คำว่ามัดจำไม่ควรแทนการอ่านเงื่อนไขว่าจำนวนที่จ่ายเป็นส่วนใดของราคาและคืนหรือริบได้ในกรณีใด
| ขั้นตอน | เจ้าของควรยืนยันกับใคร | หลักฐานที่ควรได้ |
|---|---|---|
| ตรวจสิทธิและภาระ | สำนักงานที่ดินและผู้ถือกรรมสิทธิ์ | เอกสารสิทธิและรายการภาระที่ตรวจแล้ว |
| ขอยอดปิดหนี้ | ธนาคารเจ้าหนี้เดิม | ยอดตามวัน เงื่อนไข และช่องทางชำระ |
| ตรวจเอกสารผู้ซื้อ | ผู้ซื้อและธนาคารผู้ซื้อเมื่อมีสินเชื่อ | ความพร้อมวงเงินและเงื่อนไขที่เกี่ยวกับวันโอน |
| วางแผนเครื่องมือชำระ | ธนาคารที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย | จำนวน ผู้รับเงิน และการแบ่งยอดตามที่ยืนยัน |
| นัดจดทะเบียน | สำนักงานที่ดินและผู้เกี่ยวข้อง | วัน เอกสาร และผู้เข้าดำเนินการครบ |
| หลังทำรายการ | ธนาคาร ผู้ซื้อ และนิติบุคคลเมื่อเกี่ยวข้อง | หลักฐานชำระ เอกสารจดทะเบียน และบันทึกส่งมอบ |

3. คำนวณเงินเหลือโดยไม่บวกมัดจำซ้ำ
เริ่มจากราคาขายรวมทั้งสัญญา หักยอดปิดหนี้และค่าใช้จ่ายของผู้ขายที่ยืนยันแล้ว จึงได้ประมาณการเงินสุทธิจากการขาย เงินมัดจำที่เป็นส่วนหนึ่งของราคาไม่ได้เพิ่มรายรับนอกเหนือราคาขาย แต่ทำให้ยอดที่รับเพิ่มในวันโอนลดลง ส่วนค่าใช้จ่ายต้องแยกว่ารายการใดจ่ายแล้ว รายการใดยังต้องสำรอง
ตัวอย่างสมมติ: ราคาขาย 3,000,000 บาท ยอดปิดหนี้ 2,200,000 บาท และค่าใช้จ่ายฝั่งผู้ขายรวม 120,000 บาท เงินสุทธิทั้งธุรกรรมจึงเป็น 680,000 บาท ถ้ารับมัดจำที่นับเป็นส่วนหนึ่งของราคามาแล้ว 100,000 บาท และสมมติว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดจ่ายวันโอน เงินที่จะรับเพิ่มสุทธิวันนั้นเท่ากับ 580,000 บาท ไม่ใช่ได้เงิน 680,000 บาทแล้วบวกมัดจำอีกครั้ง ตัวเลขค่าใช้จ่าย 120,000 บาทนี้สมมติขึ้นเพื่อสอนวิธีคิด ไม่ใช่อัตราภาษีหรือใบเสนอราคาจริง
| ตัวอย่างสมมติ — หน่วยบาท | จำนวน | วิธีอ่าน |
|---|---|---|
| ราคาขายรวม | 3,000,000 | รวมเงินส่วนหนึ่งที่รับมาแล้ว |
| ยอดปิดหนี้ | −2,200,000 | ต้องยืนยันกับธนาคารตามวัน |
| ค่าใช้จ่ายผู้ขายรวม | −120,000 | สมมติรวมรายการที่ผู้ขายรับผิดชอบ |
| เงินสุทธิทั้งธุรกรรม | 680,000 | ก่อนนำไปใช้ส่วนตัว |
| เงินส่วนหนึ่งของราคาที่รับแล้ว | 100,000 | ไม่บวกซ้ำกับราคาขาย |
| เงินรับเพิ่มสุทธิวันโอนในตัวอย่าง | 580,000 | 680,000 ลบ 100,000 ภายใต้สมมติฐานข้างต้น |
4. ถ้าราคาขายไม่พอปิดหนี้ ต้องหาเงินส่วนต่างก่อนนัด
ถ้ายอดที่จะได้รับจากการขายไม่พอปิดหนี้และค่าใช้จ่าย เจ้าของต้องวางแผนเงินเพิ่มหรือเจรจากับเจ้าหนี้ให้ได้ข้อยุติก่อน อย่ารับรองกับผู้ซื้อว่าปลดจำนองได้เพียงเพราะตกลงราคากันแล้ว กรณีผิดนัด มีคดี มีการอายัด หรือมีเจ้าหนี้หลายราย ต้องให้ธนาคารและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องตรวจขั้นตอนเฉพาะ ไม่ควรใช้ตารางตัวอย่างแทนการพิจารณาสิทธิของแต่ละฝ่าย
5. วันโอนต้องให้เงิน เอกสาร และการจดทะเบียนเดินตามแผนเดียวกัน
ประสานธนาคารเดิม ธนาคารผู้ซื้อถ้ามี ผู้ขาย ผู้ซื้อ และสำนักงานที่ดิน ว่าต้องจดทะเบียนรายการใด ลำดับอย่างไร และใช้เครื่องมือชำระแบบใด ตรวจชื่อผู้รับเงินและจำนวนให้ตรงกับหนังสือยืนยัน ไม่ส่งข้อมูลบัญชีตามข้อความที่เปลี่ยนเข้ามาโดยไม่ตรวจกลับกับช่องทางทางการ
คู่มือภาครัฐเรื่องจดทะเบียนเกี่ยวกับจำนองระบุเอกสารหลัก เช่น เอกสารสิทธิฉบับจริงและเอกสารของผู้เกี่ยวข้อง แต่รายละเอียดและเวลาทำรายการขึ้นกับข้อเท็จจริง จึงไม่ควรรับประกันว่าทุกกรณีขายและไถ่ถอนเสร็จภายในเวลาตายตัว เมื่อเสร็จแล้ว ให้เก็บหลักฐานธนาคารและการจดทะเบียนให้ครบก่อนปิดแฟ้ม

6. ส่งมอบบ้านและเคลียร์รายการหลังโอน
บันทึกสภาพ กุญแจ มิเตอร์ ของที่รวม และวันเข้าครอบครอง ถ้ามีผู้เช่าหรือผู้อยู่อาศัยเดิม ต้องจัดการสิทธิและวันส่งมอบตามข้อตกลงที่ถูกต้องแยกจากการชำระหนี้ สำหรับคอนโดให้ยืนยันเอกสารและยอดที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลตามกรณี แล้วตรวจการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคที่แต่ละผู้ให้บริการกำหนด
คำถามที่พบบ่อย
ยังผ่อนไม่หมดลงประกาศขายได้หรือไม่?
เริ่มทำการตลาดได้โดยเปิดเผยภาระที่เกี่ยวข้องและตรวจสิทธิทำการตลาด แต่ก่อนตกลงและนัดโอนต้องจัดการยอดปิดหนี้ เอกสาร และความพร้อมของทุกฝ่าย
ขายก่อนครบสามปีเสียค่าปรับเสมอไหม?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น หลักเกณฑ์ ธปท. แยกข้อยกเว้นรีไฟแนนซ์บ้านในสามปีแรกไว้โดยเฉพาะ ให้ขอธนาคารชี้แจงยอดเรียกเก็บกับกรณีจริง
ผู้ซื้อกู้ธนาคารเดียวกับผู้ขายจำเป็นไหม?
ไม่ใช่ข้อสรุปที่ใช้กับทุกกรณี ผู้ซื้อเลือกตามคุณสมบัติและข้อเสนอของตน แต่ต้องประสานธนาคารทั้งสองฝั่งเรื่องเอกสาร การชำระ และวันทำรายการ
ยอดในแอปใช้เป็นยอดปิดได้ไหม?
ใช้เป็นข้อมูลเริ่มต้นได้ ควรขอยอดยืนยันสำหรับวันที่จะทำรายการ พร้อมรายการค้างและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ใช้มัดจำปิดหนี้ก่อนโอนได้ไหม?
อย่าทำโดยอาศัยความเข้าใจฝ่ายเดียว ต้องพิจารณาความปลอดภัยของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เงื่อนไขสัญญา และวิธีที่ธนาคารยืนยัน หากซับซ้อนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวางขั้นตอน

