มาตรการ 0.01% ลดค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
มาตรการนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายหลัก 2 รายการ ได้แก่ ค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ จากอัตราปกติ 2% เหลือ 0.01% และค่าจดทะเบียนจำนอง จากอัตราปกติ 1% เหลือ 0.01% สำหรับค่าจำนอง ต้องเป็นการจดทะเบียนจำนองที่เกี่ยวเนื่องกับการโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวตามเงื่อนไขของมาตรการ
มาตรการปัจจุบันมีผลถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
ใครสามารถใช้สิทธิ์ได้? ผู้ซื้อที่จะได้รับสิทธิ์ต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อจะต้องเข้าเงื่อนไขตามที่ภาครัฐกำหนด มาตรการสามารถครอบคลุมทั้งอสังหาริมทรัพย์จากโครงการใหม่และทรัพย์มือสอง หากธุรกรรมดังกล่าวเข้าเงื่อนไขครบถ้วน ดังนั้น การซื้อบ้านหรือคอนโดต่อจากเจ้าของเดิม ไม่ได้หมายความว่าจะหมดสิทธิ์มาตรการโดยอัตโนมัติ
อสังหาริมทรัพย์ประเภทใดเข้าเกณฑ์? มาตรการครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยตามประเภทที่กำหนด เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ ที่ดินพร้อมอาคาร และห้องชุดที่จดทะเบียนตามกฎหมายอาคารชุด ผู้ซื้อควรตรวจสอบประเภททรัพย์ให้ชัดเจนก่อนทำสัญญา เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์บางประเภท เช่น ที่ดินเปล่าเพียงอย่างเดียว อาจไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน
เงื่อนไขไม่เกิน 7 ล้านบาท ต้องดูอะไรบ้าง? นี่เป็นจุดสำคัญที่ผู้ซื้อไม่ควรดูเพียงราคาที่ประกาศขาย การใช้สิทธิ์ต้องพิจารณาทั้งราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา หากมีการจดทะเบียนจำนอง วงเงินจำนองก็ต้องอยู่ภายในเงื่อนไขของมาตรการด้วย ดังนั้น บ้านที่ประกาศขายในราคา 6.9 ล้านบาท ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิ์โดยอัตโนมัติในทุกกรณี ผู้ซื้อควรตรวจสอบราคาประเมินและรายละเอียดกับสำนักงานที่ดินหรือผู้เกี่ยวข้องก่อนวันโอน
ซื้อเงินสดได้สิทธิ์หรือไม่? หากผู้ซื้อซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยเงินสด และทรัพย์ดังกล่าวเข้าเงื่อนไข ก็ยังสามารถได้รับประโยชน์ในส่วนของค่าธรรมเนียมการโอน 0.01% แต่เนื่องจากไม่มีการจดทะเบียนจำนอง จึงไม่มีค่าจำนองให้ลดในกรณีนี้
ตัวอย่างค่าใช้จ่าย ประหยัดได้ประมาณเท่าไร? หากใช้ตัวเลขตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สมมติว่าฐานที่ใช้คำนวณค่าธรรมเนียมเท่ากับราคาทรัพย์ ทรัพย์ราคา 3,000,000 บาท ค่าโอนเดิม 2% = 60,000 บาท ค่าโอนอัตรา 0.01% = 300 บาท ค่าจำนองเดิม 1% = 30,000 บาท ค่าจำนองอัตรา 0.01% = 300 บาท ประหยัดรวมโดยประมาณ 89,400 บาท
ทรัพย์ราคา 5,000,000 บาท ค่าโอนเดิม 2% = 100,000 บาท ค่าโอนอัตรา 0.01% = 500 บาท ค่าจำนองเดิม 1% = 50,000 บาท ค่าจำนองอัตรา 0.01% = 500 บาท ประหยัดรวมโดยประมาณ 149,000 บาท
ทรัพย์ราคา 7,000,000 บาท ค่าโอนเดิม 2% = 140,000 บาท ค่าโอนอัตรา 0.01% = 700 บาท ค่าจำนองเดิม 1% = 70,000 บาท ค่าจำนองอัตรา 0.01% = 700 บาท ประหยัดรวมโดยประมาณ 208,600 บาท
ตัวอย่างดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อแสดงผลต่างของอัตราค่าธรรมเนียมเท่านั้น ค่าใช้จ่ายจริงในวันโอนอาจแตกต่างตามราคาประเมิน วงเงินจำนอง ภาษี อากร และรายละเอียดของแต่ละธุรกรรม
LTV 100% หมายความว่ากู้ได้เต็ม 100% ทุกคนหรือไม่?
ไม่ใช่การผ่อนคลายเกณฑ์ Loan to Value หรือ LTV เป็นการกำหนดเพดานที่เปิดโอกาสให้สถาบันการเงินสามารถพิจารณาวงเงินสินเชื่อได้มากขึ้นในบางกรณี ไม่ได้หมายความว่าผู้ซื้อทุกคนจะได้รับอนุมัติวงเงินเต็ม 100% ธนาคารยังต้องพิจารณารายได้ ภาระหนี้ ประวัติเครดิต ความสามารถในการชำระหนี้ ราคาประเมินหลักประกัน และนโยบายสินเชื่อของแต่ละธนาคาร ผู้ซื้อจึงควรเตรียมเงินสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น และไม่ควรวางแผนโดยอาศัยสมมติฐานว่าจะสามารถกู้ได้เต็มวงเงินเสมอ
ก่อนซื้อบ้านหรือคอนโด ควรเตรียมอะไรบ้าง? ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบราคาซื้อขาย ราคาประเมิน สถานะกรรมสิทธิ์ ภาระผูกพันของทรัพย์ วงเงินสินเชื่อที่คาดว่าจะได้รับ ค่าใช้จ่ายวันโอน ค่าส่วนกลาง สภาพทรัพย์ และเงื่อนไขของเงินจองหรือเงินมัดจำให้ครบถ้วน
สำหรับทรัพย์มือสอง ควรตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบประปา โครงสร้าง การต่อเติม และประวัติการซ่อมแซมเพิ่มเติมด้วย บ้านมือสองก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ หนึ่งในข้อดีของมาตรการครั้งนี้คือไม่ได้จำกัดเฉพาะทรัพย์จากโครงการใหม่ บ้านและคอนโดมือสองที่เข้าเงื่อนไขสามารถได้รับประโยชน์จากมาตรการเช่นเดียวกัน ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะในทำเลที่มีโครงการใหม่ไม่มาก หรือพื้นที่ที่ราคาบ้านใหม่สูงเกินงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ควรเปรียบเทียบทั้งราคาซื้อ ค่าใช้จ่ายซ่อมแซม ค่าส่วนกลาง และมูลค่าในอนาคตก่อนตัดสินใจ
อย่าเลือกซื้อเพียงเพราะประหยัดค่าโอน แม้มาตรการลดค่าธรรมเนียมจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก แต่ค่าโอนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนทั้งหมดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ผู้ซื้อควรพิจารณางบประมาณ ทำเล การเดินทาง คุณภาพชีวิต ค่าใช้จ่ายระยะยาว ความสามารถในการผ่อนชำระ และโอกาสในการขายหรือปล่อยเช่าในอนาคตร่วมด้วย หากซื้อเพื่ออยู่อาศัย ควรให้ความสำคัญกับความเหมาะสมกับชีวิตประจำวัน หากซื้อเพื่อการลงทุน ควรดูทั้งค่าเช่าที่เป็นไปได้ อุปสงค์ในพื้นที่ ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และสภาพคล่องในการขายต่อ ใช้ข้อมูลก่อนตัดสินใจ
NationNest Realty พัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยให้การเลือกอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้จบเพียงแค่การเปิดดูประกาศ ผู้ใช้งานสามารถค้นหาทรัพย์ ดูทรัพย์บนแผนที่ ใช้ Smart Match เปรียบเทียบทรัพย์ ติดตาม Property Alert ศึกษา Market Insights ใช้ CMA และ NationNest Estimate รวมถึงเครื่องมือคำนวณสินเชื่อและค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอน เพราะการซื้ออสังหาริมทรัพย์หนึ่งครั้ง อาจเป็นการตัดสินใจทางการเงินที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ข้อมูลที่ชัดเจนจึงควรมาก่อนการตัดสินใจเสมอ
สรุป มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจำนองเหลือ 0.01% ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อที่อยู่อาศัย แต่ก่อนใช้สิทธิ์ควรตรวจสอบให้ครบว่าอสังหาริมทรัพย์และธุรกรรมเข้าเงื่อนไขจริงหรือไม่ โดยเฉพาะประเภททรัพย์ ราคาซื้อขาย ราคาประเมินทุนทรัพย์ วงเงินจำนอง และคุณสมบัติของผู้ซื้อ
ค้นหาทรัพย์และเครื่องมือช่วยตัดสินใจเพิ่มเติมได้ที่ nationnestrealty.com
NATIONNEST REALTY The New Era of Property & Management
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปด้านอสังหาริมทรัพย์ ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการอนุมัติสินเชื่อ เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันตามลักษณะธุรกรรม กรุณาตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานที่ดิน สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนทำธุรกรรม

